หลายคนอาจสงสัยว่า รูน RoV เลือกยังไงให้เข้ากับฮีโร่ที่ตัวเองเล่น บทความนี้คือคู่มือรูนทุกสายฉบับเข้าใจง่าย ที่พารู้จักรูนแต่ละสี วิธีจัดรูนให้ตรงสายฮีโร่ และเทคนิคจัดหน้ารูนแบบประหยัดงบ
รูน RoV คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อการเล่น
รูน หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Arcana คือไอเทมเสริมค่าสถานะที่ผู้เล่นต้องติดตั้งลงในสมุดบันทึกรูนก่อนเริ่มเกมทุกครั้ง รูนแต่ละเม็ดจะเพิ่มค่าสถานะให้ฮีโร่แตกต่างกัน เช่น พลังโจมตี พลังเวท เกราะป้องกัน หรือความเร็วในการเคลื่อนที่
แม้ตัวเลขที่ได้จากรูนแต่ละเม็ดอาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันทั้งหน้าจะส่งผลต่อการยืนเลนและการแลกดาเมจช่วงต้นเกมอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนรูนที่เพิ่มค่าสถานะเป็นเปอร์เซ็นต์จะยิ่งทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเกมยืดยาวเข้าสู่ช่วงท้ายเกม
สำหรับใครที่กำลังตั้งเป้าหมายการเล่นอย่างจริงจัง การจัดรูนที่ถูกต้องคือพื้นฐานสำคัญของการไต่แรงค์ ลองดูภาพรวมว่าแรงค์ใน RoV มีอะไรบ้าง เพื่อวางแผนการพัฒนาฝีมือควบคู่กับการอัปเกรดรูนของตัวเองได้เลย
รู้จักระบบรูนใน RoV ก่อนเริ่มจัด
หน้ารูน 1 หน้าสามารถใส่รูนได้สูงสุด 30 เม็ด แบ่งเป็นรูนแต่ละสีได้สีละ 10 เม็ด โดยช่องใส่รูนจะทยอยปลดล็อกตามเลเวลของบัญชีผู้เล่น และจะเปิดครบทุกช่องเมื่อเลเวลบัญชีถึง 30 ผู้เล่นใหม่จึงไม่จำเป็นต้องรีบเก็บรูนให้ครบตั้งแต่วันแรก
รูนแต่ละเม็ดมีให้เลือก 3 เลเวล ยิ่งเลเวลสูงค่าสถานะที่ให้ก็ยิ่งมาก ซึ่งหาได้จากเควส กิจกรรม กล่องรางวัล หรือซื้อจากร้านค้ารูนด้วยเหรียญทองในเกม โดยมีราคาดังนี้
- รูนเลเวล 1 ราคา 10 เหรียญต่อเม็ด
- รูนเลเวล 2 ราคา 200 เหรียญต่อเม็ด
- รูนเลเวล 3 ราคา 2,000 เหรียญต่อเม็ด
เมื่อเห็นภาพรวมของระบบแล้ว ขั้นต่อไปคือการทำความเข้าใจว่ารูนแต่ละสีมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไร เพราะนี่คือรากฐานของการตอบคำถามว่ารูน RoV เลือกยังไงให้ถูกทาง
รูนสีแดง — เน้นเสริมการโจมตี
รูนสีแดงเน้นเพิ่มประสิทธิภาพด้านการโจมตีเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี พลังเวท ความเร็วในการโจมตี หรือความเสียหายคริติคอล ตัวอย่างรูนยอดนิยมได้แก่ Onslaught ที่เพิ่มพลังโจมตีและเจาะเกราะ รวมถึง Rampage ที่เพิ่มความแรงของคริติคอล
รูนสีเขียว — เน้นเสริมการป้องกัน
รูนสีเขียวเน้นด้านการป้องกัน เช่น เกราะกายภาพ เกราะเวท และการลดผลของสถานะผิดปกติ จึงเป็นตัวเลือกหลักของสายแทงค์และซัพพอร์ต นอกจากนี้ยังมีรูนอย่าง Dragon’s Claw ที่ให้ค่าเจาะเกราะ ทำให้ฝั่งสายดาเมจนิยมหยิบมาใช้เพื่อเพิ่มความเสียหายให้ทะลุเกราะคู่ต่อสู้ด้วย
รูนสีม่วง — เน้นความสามารถเสริมพิเศษ
รูนสีม่วงครอบคลุมความสามารถที่ไม่ใช่การโจมตีหรือป้องกันโดยตรง เช่น พลังชีวิตสูงสุด การฟื้นฟูพลังชีวิต การฟื้นฟูมานา และการดูดเลือด ตัวอย่างที่นิยมคือ Essence Reaver ที่ช่วยดูดเลือดจากการโจมตี และ Spirit ที่เพิ่มทั้งความเร็วโจมตีและความเร็วเคลื่อนที่
ตารางต่อไปนี้สรุปจุดเด่นของรูนแต่ละสีไว้ให้เปรียบเทียบกันแบบรวดเร็ว
สรุปจุดเด่นของรูนแต่ละสี
| สีของรูน | จุดเด่นหลัก | เหมาะกับสาย |
|---|---|---|
| สีแดง | เพิ่มการโจมตี เช่น พลังโจมตี พลังเวท ความเร็วโจมตี และคริติคอล | แครี่ เมจ ไฟเตอร์ แอสซาสซิน |
| สีเขียว | เพิ่มการป้องกัน เช่น เกราะกายภาพ เกราะเวท และลดสถานะผิดปกติ | แทงค์ ซัพพอร์ต |
| สีม่วง | เพิ่มความสามารถเสริม เช่น พลังชีวิต ฟื้นฟู ดูดเลือด และความเร็วเคลื่อนที่ | ทุกสายตามความเหมาะสม |
จะเห็นว่ารูนแต่ละสีทำหน้าที่คนละด้าน การจัดหน้ารูนที่ดีจึงมักผสมรูนหลายสีในหน้าเดียว เพื่อให้ได้ค่าสถานะที่ตรงกับสไตล์การเล่นมากที่สุด
รูน RoV เลือกยังไงให้เข้ากับฮีโร่แต่ละสาย
คำถามที่ผู้เล่นสงสัยมากที่สุดคือ รูน RoV เลือกยังไงให้เข้ากับฮีโร่ คำตอบเริ่มจากหลักการ 3 ข้อ คือ เลือกรูนให้ตรงประเภทความเสียหายของฮีโร่ เลือกให้สอดคล้องกับหน้าที่ในเกม และเลือกว่าจะเสริมจุดแข็งหรือแก้จุดด้อยของฮีโร่ตัวนั้น
ตัวอย่างเช่น Yorn เป็นแครี่ที่ยิงรัวและแรง แต่ขาดความคล่องตัวในการหนี ผู้เล่นอาจใส่รูนความเร็วเคลื่อนที่เพื่อลดจุดด้อย หรือเลือกเสริมจุดแข็งด้วยรูนความเร็วโจมตีและดูดเลือดให้สุดขึ้นไปอีก หลักคิดแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับทุกสาย และคือแก่นของคู่มือรูนทุกสายฉบับเข้าใจง่ายฉบับนี้
สายแครี่ (Carry)
แครี่ต้องการความเร็วในการโจมตี ความแรงคริติคอล และการดูดเลือดเพื่อยืนเลนได้นานโดยไม่ต้องกลับบ้านบ่อย เซ็ตที่นิยมคือ Rampage 10 เม็ด ผสม Spirit 6-7 เม็ด กับ Essence Reaver 3-4 เม็ด และปิดท้ายด้วย Dragon’s Claw 10 เม็ด
เซ็ตนี้เหมาะกับแครี่สายตีเร็วอย่าง Laville, Thorne, Violet, Fennik, Tel’Annas, Yorn และ Valhein ใครอยากรู้จักตัวละครกลุ่มนี้เพิ่ม ลองอ่านว่าแครี่ RoV ทั้งหมดมีกี่ตัว หรือเจาะลึกการยืนตำแหน่งในเกมจากคู่มือเลนและตำแหน่งของแครี่ RoV
สายเมจ (Mage)
เมจพึ่งพาดาเมจจากสกิลเป็นหลัก รูนที่เหมาะจึงเน้นพลังเวท การเจาะเกราะเวท และการลดคูลดาวน์เพื่อให้กดสกิลได้ถี่ขึ้น ส่วนรูนสีม่วงที่ช่วยฟื้นฟูมานาหรือดูดเลือดเวทจะช่วยให้ยืนเลนได้นานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องมานาหมด
สำหรับเมจสายปะทะระยะใกล้ที่ต้องเข้าไปในวงไฟต์ การสลับมาใส่รูนพลังชีวิตหรือเกราะบางเม็ด ก็ช่วยให้รอดจากการถูกล้วงได้ดีขึ้นโดยไม่เสียดาเมจไปมากนัก
สายไฟเตอร์และแอสซาสซิน
ไฟเตอร์และแอสซาสซินต้องการพลังโจมตีและการเจาะเกราะเพื่อสร้างความเสียหายได้รวดเร็ว รูนยอดนิยมของสายนี้คือ Onslaught ที่ให้ทั้งพลังโจมตีและเจาะเกราะ, Assassinate ที่เพิ่มพลังโจมตีพร้อมความเร็วเคลื่อนที่ และ Skewer ที่เน้นเจาะเกราะโดยเฉพาะ
แอสซาสซินที่ต้องหาจังหวะล้วงแครี่ฝั่งตรงข้ามมักให้ความสำคัญกับความเร็วเคลื่อนที่จากรูนสีม่วงมากเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้เข้าและออกจากไฟต์ได้ปลอดภัยกว่าเดิม
สายแทงค์และซัพพอร์ต
แทงค์มีหน้าที่รับดาเมจแทนเพื่อนร่วมทีม รูนที่เหมาะจึงเน้นพลังชีวิตสูงสุด เกราะกายภาพ เกราะเวท และการฟื้นฟูพลังชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูนสีเขียวและสีม่วง ยิ่งยืนในไฟต์ได้นานเท่าไร ทีมก็ยิ่งมีโอกาสชนะมากเท่านั้น
ซัพพอร์ตให้ดูว่าเป็นสายถึกหรือสายเวท หากเป็นซัพพอร์ตสายถึกสามารถใช้หน้ารูนเดียวกับแทงค์ได้เลย แต่ถ้าเป็นซัพพอร์ตสายสกิลเวทก็ใช้หน้ารูนของเมจร่วมได้เช่นกัน ทำให้ประหยัดงบในการจัดหน้ารูนไปได้มาก
สายป่า (Jungle)
ตำแหน่งป่าไม่มีรูนตายตัว เพราะต้องดูว่าฮีโร่ป่าที่เล่นเป็นสายใด หากเป็นป่าสายแอสซาสซินก็ใช้หน้ารูนโจมตีแบบเดียวกับสายไฟเตอร์ได้ แต่ถ้าเป็นป่าสายถึกก็หยิบหน้ารูนแทงค์มาใช้ได้เช่นกัน
สิ่งที่ป่าทุกสายควรมีคือความเร็วในการเคลื่อนที่จากรูนสีม่วง เพราะช่วยให้ฟาร์มมอนสเตอร์และหมุนไปช่วยเลนต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ซึ่งส่งผลต่อจังหวะเกมของทั้งทีมโดยตรง
ตารางด้านล่างสรุปแนวทางการเน้นค่าสถานะของแต่ละสายไว้ให้เทียบกันแบบครบทุกตำแหน่ง
แนวทางจัดรูนแต่ละสายโดยสรุป
| สายฮีโร่ | ค่าสถานะที่ควรเน้น | ตัวอย่างรูนที่นิยม |
|---|---|---|
| แครี่ | ความเร็วโจมตี คริติคอล ดูดเลือด | Rampage, Spirit, Essence Reaver, Dragon’s Claw |
| เมจ | พลังเวท เจาะเกราะเวท ลดคูลดาวน์ | รูนสีแดงกลุ่มพลังเวท และสีม่วงกลุ่มฟื้นฟูมานา |
| ไฟเตอร์ / แอสซาสซิน | พลังโจมตี เจาะเกราะ ความเร็วเคลื่อนที่ | Onslaught, Assassinate, Skewer |
| แทงค์ / ซัพพอร์ต | พลังชีวิตสูงสุด เกราะ ฟื้นฟูพลังชีวิต | รูนสีเขียวกลุ่มป้องกัน และสีม่วงกลุ่มพลังชีวิต |
| ป่า | ตามประเภทของตัวป่า เน้นความเร็วเคลื่อนที่ | ใช้หน้ารูนตามสายของฮีโร่ป่าที่เล่น |
แนวทางในตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้กับฮีโร่ส่วนใหญ่ จากนั้นค่อยปรับรูนรายเม็ดให้เข้ากับฮีโร่ที่ตัวเองเล่นบ่อยที่สุด
วิธีจัดหน้ารูนให้คุ้มและประหยัดงบ
บัญชีทั่วไปจะมีหน้ารูนให้ใช้ฟรี 2 หน้า และสามารถเปิดเพิ่มได้ตามต้องการ สำหรับผู้เล่นที่งบจำกัด แนะนำให้จัดหน้ารูนแบบกลาง ๆ ไว้ 3 หน้าตามลำดับความสำคัญดังนี้
- หน้ารูนสายโจมตีกายภาพ สำหรับแครี่ ไฟเตอร์ และแอสซาสซิน
- หน้ารูนสายเวท สำหรับเมจและซัพพอร์ตสายสกิล
- หน้ารูนสายถึก สำหรับแทงค์และซัพพอร์ตสายรับดาเมจ
การจัดแบบนี้ครอบคลุมฮีโร่เกือบทุกตัวในเกม เพราะฮีโร่ที่มีรูปแบบการเล่นคล้ายกันสามารถแชร์หน้ารูนเดียวกันได้ เมื่อมีงบมากขึ้นค่อยแยกหน้ารูนเฉพาะตัวสำหรับฮีโร่ที่เล่นประจำ
ข้อควรจำก่อนลงทุนรูน
- ช่องรูนปลดล็อกตามเลเวลบัญชีและจะครบ 30 ช่องที่เลเวล 30
- รูนเลเวล 3 ให้ค่าสถานะสูงสุด ค่อย ๆ เก็บทีละเม็ดตามงบเหรียญทอง
- หน้ารูนกลาง 3 หน้า (โจมตี เวท ถึก) ครอบคลุมฮีโร่เกือบทุกตัว
- เลือกรูนให้ตรงประเภทความเสียหายของฮีโร่เสมอ
ข้อผิดพลาดในการจัดรูนที่ควรเลี่ยง
ก่อนจะไปจัดรูนจริง มาดูข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นมักเจอกัน เพื่อจะได้ไม่เสียเหรียญทองไปโดยเปล่าประโยชน์
- ใส่รูนมั่ว ๆ ให้เต็มช่องโดยไม่ดูว่าค่าสถานะตรงกับฮีโร่หรือไม่
- ใช้รูนพลังเวทกับฮีโร่ที่สร้างความเสียหายกายภาพ
- ลืมอัปเกรดเป็นรูนเลเวล 3 ทั้งที่มีเหรียญพอ
- ใช้หน้ารูนเดียวกับทุกสายโดยไม่ปรับตามหน้าที่ของฮีโร่
สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่ารูนเป็นเพียงตัวช่วยเสริมโดยเฉพาะช่วงต้นเกม การเอาชนะยังขึ้นอยู่กับการเล่นเป็นทีมและการทำวัตถุประสงค์ ใครอยากเข้าใจเป้าหมายหลักของเกมมากขึ้น ลองอ่านป้อมใน RoV คืออะไรและสำคัญอย่างไรเพิ่มเติมได้
สรุป
คำตอบของคำถามว่ารูน RoV เลือกยังไง อยู่ที่การเข้าใจจุดเด่นของรูนแต่ละสี แล้วเลือกให้ตรงกับประเภทความเสียหายและหน้าที่ของฮีโร่ เริ่มจากหน้ารูนกลาง ๆ สามหน้า แล้วค่อยอัปเกรดเป็นรูนเลเวล 3 ตามงบที่มี หวังว่าคู่มือรูนทุกสายฉบับเข้าใจง่ายฉบับนี้จะช่วยให้จัดรูนได้มั่นใจและพาทีมคว้าชัยในทุกเกม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรูน RoV
รวมคำถามที่ผู้เล่นมักสงสัยเกี่ยวกับระบบรูน พร้อมคำตอบแบบกระชับเข้าใจง่าย
รูน RoV เลือกยังไงสำหรับผู้เล่นใหม่
ผู้เล่นใหม่ควรเริ่มจากการเลือกรูนตามสายฮีโร่ที่เล่นบ่อยที่สุดเพียงสายเดียวก่อน โดยเน้นเก็บรูนเลเวล 3 ทีละเม็ดตามงบเหรียญทองที่หาได้ เมื่อช่องรูนปลดล็อกครบตามเลเวลบัญชีแล้ว ค่อยขยายไปจัดหน้ารูนของสายอื่นเพิ่มภายหลัง
ควรซื้อรูนเลเวล 3 ตัวไหนเป็นอันดับแรก
ควรเลือกรูนของสายที่ตัวเองเล่นบ่อยที่สุดก่อน เพราะรูนเลเวล 3 ราคาเม็ดละ 2,000 เหรียญซึ่งใช้เวลาเก็บพอสมควร หากเล่นหลายสาย ให้เริ่มจากรูนที่ใช้ร่วมกันได้หลายฮีโร่ เช่น รูนพลังชีวิตหรือความเร็วเคลื่อนที่
จำเป็นต้องเปิดหน้ารูนเพิ่มหรือไม่
ไม่จำเป็นในช่วงแรก เพราะหน้ารูนฟรี 2 หน้าสามารถจัดแบบกลาง ๆ ให้ครอบคลุมฮีโร่เกือบทุกสายได้ แต่หากเล่นจริงจังและมีฮีโร่ประจำหลายตัว การเปิดหน้ารูนเพิ่มจะช่วยให้จัดรูนเฉพาะตัวได้ละเอียดและสะดวกขึ้น







