DOTA 1 (Defense of the Ancients) คือคัสตอมแมพชื่อดังบน Warcraft III: The Frozen Throne ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเกมแนว MOBA และมีอิทธิพลต่อเกมอย่าง DOTA 2, League of Legends และ RoV
ในยุคร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ DOTA 1 เคยเป็นเกมยอดนิยมที่ผู้เล่นรวมทีม 5 คน เล่นผ่าน Garena แลกเปลี่ยนเทคนิคฮีโร่ วางแผนไอเทม และถกกลยุทธ์กันอย่างจริงจัง จนกลายเป็นวัฒนธรรมการเล่นเกมทีมเวิร์กในเอเชีย
บทความนี้จะพาย้อนดู DOTA 1 ตั้งแต่ประวัติ รูปแบบการเล่น บทบาทฮีโร่ ไอเทมสำคัญ ไปจนถึงพื้นฐานสำหรับผู้เล่นใหม่ที่อยากเข้าใจเกมระดับตำนานนี้
DOTA 1 คืออะไร และทำไมจึงเป็นรากฐานของวงการ MOBA
DOTA 1 คือคัสตอมแมพประเภท 5v5 ที่ใช้เอนจิ้นของเกม Warcraft III จากค่าย Blizzard Entertainment ผู้เล่นแต่ละฝั่งจะเลือกฮีโร่หนึ่งตัวจากกว่าร้อยตัวเลือก เพื่อร่วมกันป้องกันป้อม Ancient ของฝ่ายตัวเอง พร้อมพยายามรุกเข้าฐานของอีกฝ่ายและทำลาย Ancient ของศัตรูเพื่อชัยชนะ
ฝั่งซ้ายล่างของแผนที่เรียกว่า Sentinel ฐานสีฟ้าเขียวรายล้อมด้วยป่าสว่าง ส่วนฝั่งขวาบนคือ Scourge ฐานสีแดงม่วงท่ามกลางบรรยากาศมืดสไตล์ Undead ความสมดุลระหว่างสองฝั่ง ทั้งภูมิประเทศ ลานป่า และจุดวอร์ดสำคัญ ทำให้แมพนี้กลายเป็นต้นแบบของแผนที่ MOBA สมัยใหม่

อ้างอิง: EGamersWorld
จุดกำเนิด: จาก Aeon of Strife สู่ DotA Allstars
แนวคิดเกม MOBA ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อม DOTA โดยตรง แต่มีรากมาจากแมพ Aeon of Strife ใน StarCraft รุ่นแรก กระทั่งผู้พัฒนาที่ใช้นามว่า Eul นำแนวคิดดังกล่าวมาทำแมพ Defense of the Ancients บน Warcraft III ก่อนจะส่งต่อให้ Steve “Guinsoo” Feak พัฒนาเป็น DotA Allstars และเข้าสู่ยุคทองภายใต้การดูแลของ IceFrog ที่ปรับสมดุลและเพิ่มฮีโร่ใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนมือผู้พัฒนาทำให้ DOTA 1 ได้รับการพัฒนาแทบตลอดเวลา เวอร์ชันยอดนิยมในยุคนั้นคือซีรีส์ 6.xx ที่ผู้เล่นไทยส่วนใหญ่จดจำได้ดี เช่น 6.74, 6.78 และ 6.83d ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายอย่างเป็นทางการก่อนที่ IceFrog จะย้ายไปทำ DOTA 2 ให้กับ Valve
ทำไม DOTA 1 ถึงเปลี่ยนวงการเกมได้
DOTA 1 ทำให้แนวเกมที่เน้นการเล่นเป็นทีม 5 คน มีฮีโร่หลากหลายบทบาท และไอเทมที่ส่งผลต่อกลยุทธ์อย่างมหาศาล กลายเป็นมาตรฐานของวงการ การถือกำเนิดของ League of Legends, Heroes of Newerth, RoV และ Mobile Legends ล้วนต่อยอดมาจาก DNA ของ DOTA 1 ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง 3 เลน, ระบบ Last Hit, ระบบ Roshan (Boss กลางแมพ) หรือแม้แต่ระบบอุปกรณ์เสริมแบบประกอบหลายชิ้น
มากกว่านั้น DOTA 1 ยังเป็นเกมแรกๆ ที่จุดประกายให้เกิดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ ทัวร์นาเมนต์อย่าง World Cyber Games และ Electronic Sports World Cup เคยมี DOTA 1 บรรจุไว้ในรายการแข่ง และเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพโปรเพลเยอร์ MOBA จำนวนมาก
รูปแบบการเล่นและกลไกพื้นฐานของ DOTA 1
ก่อนทำความรู้จัก Hero และ Item คุณควรเข้าใจกลไกของเกมก่อน DOTA 1 มีจังหวะของตัวเองที่แตกต่างจาก MOBA สมัยใหม่อยู่หลายจุด และนี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เกมยังคงมีเสน่ห์

อ้างอิง: Reddit
แผนที่สามเลน: Top, Middle, Bottom
แผนที่ของ DOTA 1 แบ่งออกเป็นสามเลนหลัก คือ Top, Mid และ Bot โดยแต่ละเลนมีป้อม 3 หลัง พร้อมแบร็ก (Barracks) ที่หากถูกทำลายจะปล่อย Super Creep ซึ่งแข็งแกร่งกว่ามินเนี่ยนปกติ ระหว่างเลนคือป่ารกที่มีแคมป์ครีปป่าให้ฟาร์มและซ่อนตัว ตำแหน่งของลานป่าและริมหน้าผาแต่ละจุดเอื้อต่อการเล่นแก๊งและทำวอร์ดอย่างชัดเจน
ทอง ประสบการณ์ และไอเทม
ผู้เล่นได้รับทองจากการ Last Hit ครีป (ตีหมัดสุดท้ายให้ครีปตาย) การฆ่าฮีโร่ การทำลายป้อม และจากเงินรายได้พื้นฐาน ส่วน EXP ได้รับจากการอยู่ในระยะใกล้ครีปหรือฮีโร่ที่ตาย โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนตีตัวจบ ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้กลยุทธ์การกินเลนของ DOTA 1 ลึกซึ้งกว่าที่หลายคนคิด
Deny กลไกที่ทำให้ DOTA 1 พิเศษ
หนึ่งในกลไกที่ทำให้ DOTA 1 ต่างจาก MOBA อื่นคือ “Deny” หรือการตีฆ่าครีปฝั่งตัวเองเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ทองและ EXP เต็ม ผู้เล่นที่เก่งจะใช้ Deny เป็นเครื่องมือกดดันคู่ต่อสู้ในเลน ทำให้คู่แข่งฟาร์มได้ช้าลงและเสียจังหวะในเกมช่วงต้น
Roshan และ Aegis of the Immortal
กลางแมพมีบอสประจำชื่อ Roshan ซึ่งเป็นที่มาของไอเทม Aegis of the Immortal ไอเทมแห่งการฟื้นชีพหนึ่งครั้ง การฆ่า Roshan ได้คือจุดเปลี่ยนของเกม โดยเฉพาะในช่วง Mid-Late Game ที่ทุกการตายมีค่ามหาศาล
บทบาทของตัวละครใน DOTA 1 (Hero Roles)
การเลือกตัวละคร DOTA 1 ไม่ใช่แค่เลือกตัวที่ตัวเองชอบ แต่ต้องคำนึงถึงบทบาทในทีม เพราะการดราฟต์ที่สมดุลคือกุญแจสู่ชัยชนะ ฮีโร่แต่ละตัวมักครอบครองหลายบทบาทพร้อมกัน และนี่คือกลุ่มบทบาทหลักที่คุณต้องรู้จัก
Carry / Hard Carry
คือตัวเสาหลักของทีมในช่วง Late Game ฮีโร่กลุ่มนี้มักอ่อนแอในช่วงต้นแต่จะเทพเมื่อมีไอเทมครบ ตัวอย่างเช่น Anti-Mage, Phantom Assassin, Spectre, Faceless Void และ Terrorblade คนเล่น Carry ต้องอดทนฟาร์ม กิน Last Hit ให้ครบ และพึ่งซัพพอร์ตในการป้องกันตัวช่วงต้นเกม
Support และ Babysitter
ซัพพอร์ตคือฮีโร่ที่เสียสละทองและ EXP ของตัวเองเพื่อปกป้องแคร์รี่ ช่วยควบคุมสกิล วอร์ดแผนที่ และซื้อ Courier ตัวอย่างคือ Crystal Maiden, Lich, Witch Doctor, Dazzle และ Vengeful Spirit แม้จะไม่ได้สร้างความเสียหายต่อตัวสูง แต่บทบาทของซัพพอร์ตคือผู้สร้างจังหวะให้ทีม
Initiator และ Tank
ตัวเปิดทีมไฟต์ที่กระโดดเข้าไปหาเป้าหมายและสร้างพื้นที่ให้เพื่อนตามเข้ามา ฮีโร่กลุ่มนี้มักมีเลือดหนาและสกิล AoE ตัวอย่างเช่น Sand King, Earthshaker, Tidehunter, Magnus และ Centaur Warrunner การ Initiate ที่ดีคือชัยชนะครึ่งหนึ่งของทีมไฟต์
Nuker, Ganker และ Pusher
Nuker คือฮีโร่ที่อัดดาเมจสกิลใส่ศัตรูทีเดียวหนัก เช่น Lina, Zeus, Lion ขณะที่ Ganker คือนักล่าที่ออกเดินหาเหยื่อในเลนอื่น เช่น Pudge, Bounty Hunter, Nyx Assassin (Nerubian Assassin) ส่วน Pusher คือฮีโร่ที่เก่งการทำลายป้อมเร็ว เช่น Death Prophet, Lycanthrope (Lycan) และ Nature’s Prophet (Furion)
Hero DOTA 1 ตัวดังที่ทุกคนต้องรู้จัก
กว่าร้อยHero ใน DOTA 1 ล้วนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ฮีโร่กลุ่มต่อไปนี้คือตัวที่กลายเป็นไอคอนของเกม และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึง DOTA 2 ในปัจจุบัน
Pudge — The Butcher ฮีโร่ขวัญใจร้านเน็ต
Pudge หรือที่คนไทยเรียกว่า “พัจ” เป็นฮีโร่ Ganker เลือดหนาที่มีสกิลเด่นคือ Meat Hook เกี่ยวศัตรูเข้ามาหาตัวเอง ตามด้วย Rot สร้างดาเมจรอบตัว และ Dismember ขย้ำเหยื่อ
การเล่น Pudge ในตำแหน่ง Mid Lane เคยเป็นภาพคุ้นตาในร้านเน็ตทั่วประเทศไทย ใครเกี่ยว Hook ติดท่ายากๆ ก็มักจะเรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนๆ ในวงเล่น

อ้างอิง: Dotabuff
Invoker (Kael) — เทพแห่งสกิลผสม
Invoker คือฮีโร่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนที่สุดในเกม ด้วยสามธาตุพื้นฐาน Quas, Wex, Exort ที่ผสมกันได้ถึง 10 สกิลแตกต่าง ทำให้ผู้เล่นต้องจดจำคอมโบและจังหวะใช้สกิลอย่างละเอียด สำหรับใครที่ฝึกจนคล่อง Invoker คือฮีโร่ที่สามารถพลิกเกมได้ตั้งแต่ Mid Game เป็นต้นไป
Anti-Mage (Magina) — แคร์รี่ตำนาน
Anti-Mage หรือ “AM” คือ Hard Carry ที่ทรงพลังที่สุดตัวหนึ่ง สกิล Mana Break เผามาน่าของศัตรูทุกหมัด และ Blink ทำให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ส่วน Mana Void สกิลอัลติเมตที่ระเบิดดาเมจตามมาน่าที่หายไป ผู้เล่น AM ต้องอดทนฟาร์มไอเทม Battle Fury, Manta Style และ Heart of Tarrasque ก่อนเข้าทีมไฟต์
Crystal Maiden (Rylai) และ Lina — สองสาวขั้วตรงข้าม
Crystal Maiden หรือ “CM” คือซัพพอร์ตยอดนิยม สกิล Frostbite และ Crystal Nova ช่วยควบคุมศัตรูได้ดี ส่วน Freezing Field เป็นอัลติเมตที่ทำดาเมจสะสมหนักหากปล่อยติด ในทางตรงข้าม Lina คือ Nuker สายไฟที่อัดสกิล Dragon Slave, Light Strike Array และ Laguna Blade ลงไปทีเดียวพอจะเอาเป้าหมายลงได้
Sniper, Drow Ranger และ Sven — Carry สายแมนๆ
Sniper (Kardel Sharpeye) คือ Ranged Carry ระยะไกลสุดในเกม สกิล Assassinate ยิงข้ามแผนที่ ส่วน Drow Ranger (Traxex) ออร่า Marksmanship เพิ่มดาเมจระยะไกลให้ตัวเอง ขณะที่ Sven (Rogue Knight) ผู้คลั่งดาบฮีโร่ Carry สายตี เสริมด้วยสกิล God’s Strength เพิ่มดาเมจสุทธิแบบมหาศาล
Sand King และ Earthshaker — ราชาแห่งการ Initiate
Sand King (Crixalis) เปิดเกมด้วย Blink Dagger เข้าไประเบิด Burrowstrike และปล่อย Epicenter ทำดาเมจ AoE หนักหน่วง ส่วน Earthshaker (Raigor) ปลื้มผู้เล่นไทยด้วยอัลติเมต Echo Slam ที่ปล่อยใส่กลุ่มศัตรู 5 คนแล้วยุติทีมไฟต์ในจังหวะเดียว ทั้งคู่คือไอคอนของฮีโร่สาย Initiator
Lion, Lich และ Zeus — เซียนสกิลคาถา
Lion (Demon Witch) เป็นซัพพอร์ตที่อันตรายมากด้วยสกิล Hex, Earth Spike และ Finger of Death ส่วน Lich มีสกิล Chain Frost ที่กระดอนไปกระดอนมาในกลุ่มศัตรู ขณะที่ Zeus เป็นเทพแห่งสายฟ้าที่ใช้ Thundergod’s Wrath ฟันธงสุดท้ายของศัตรูได้ทั่วแผนที่
Item DOTA 1 ที่เปลี่ยนเกมได้
หัวใจของ DOTA 1 ไม่ได้อยู่ที่ Hero เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือก Item DOTA 1 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ฮีโร่ตัวเดียวกันที่ขึ้นไอเทมต่างกันก็ทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิง ต่อไปนี้คือไอเทมที่ถือเป็นเสาหลักของเกม
Black King Bar (BKB) — เกราะภูมิคุ้มกันสกิล
BKB คือไอเทมที่ทำให้ฮีโร่อมตะจากสกิลของศัตรูชั่วคราว ใช้ Avatar เพื่อกันสกิลควบคุมและสกิลดาเมจ ฮีโร่ Carry ส่วนใหญ่ในเกมยุคปลายมักต้องมี BKB ติดกระเป๋า เพราะถ้าโดน Stun หรือ Silence ตอนทีมไฟต์ จะกลายเป็นตัวที่ไร้ประโยชน์ทันที

อ้างอิง: Reddit
Divine Rapier — ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เสี่ยงตาย
Divine Rapier ให้พลังโจมตี +300 หน่วย เป็นไอเทมที่ทำดาเมจสูงสุดในเกม แต่มีเงื่อนไขโหดร้าย คือเมื่อผู้ถือตาย ดาบจะตกพื้นและใครก็เก็บได้ แม้กระทั่งฝ่ายตรงข้าม การซื้อ Rapier จึงเป็นการเดิมพันที่ถ้าชนะคือจบเกม แต่ถ้าแพ้อาจพลิกชะตาให้คู่ต่อสู้กลับมา
Aegis of the Immortal — ชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง
Aegis ได้รับจากการฆ่า Roshan ทำให้ฮีโร่ฟื้นคืนชีพได้หนึ่งครั้งหลังตาย ในทีมไฟต์สำคัญ Aegis คือไพ่ตายที่อาจเปลี่ยนผลแพ้ชนะของเกม การจองคิวฆ่า Roshan และใครจะเก็บ Aegis ก่อนใคร คือกลยุทธ์ที่ทีมระดับโปรให้ความสำคัญทุกแมตช์
Boots ทุกสาย — รองเท้าก็ต้องเลือกให้ตรงสาย
ฮีโร่ทุกตัวต้องเริ่มจาก Boots of Speed แต่จะอัปเกรดเป็นอะไรขึ้นอยู่กับบทบาท Power Treads เพิ่มดาเมจและ Attack Speed ให้ฮีโร่สายตี Phase Boots เพิ่มความเร็วและ Armor Penetration Tranquil Boots ฟื้น HP สำหรับซัพพอร์ตที่ต้องอยู่รอด Arcane Boots ฟื้นมาน่าให้ทีม และ Boots of Travel ที่ทำให้เทเลพอร์ตได้ทั่วแผนที่
Heart of Tarrasque และ Eye of Skadi — ขุมพลังของตัวอึด
Heart of Tarrasque เพิ่ม HP มหาศาลและฟื้น HP เร็วเมื่อออกจากการต่อสู้ ส่วน Eye of Skadi ให้พลังครบรอบด้านทั้ง HP, Mana และเอฟเฟกต์ลดความเร็วในการเดินของศัตรูทุกหมัด เหมาะกับ Carry สายผสมที่ต้องการเสริมความอึดและล็อกเป้าได้ดี
Scythe of Vyse และ Refresher Orb — ไอเทมระดับ End Game
Scythe of Vyse หรือ “Sheep Stick” สามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นแกะเป็นเวลา 3.5 วินาที ส่วน Refresher Orb คือไอเทมที่รีเซ็ตคูลดาวน์สกิลและไอเทมทั้งหมด ทำให้ฮีโร่อย่าง Tidehunter, Magnus หรือ Enigma สามารถใช้อัลติเมตซ้ำได้ในทีมไฟต์เดียว
Hand of Midas และ Battle Fury — เครื่องมือของสายฟาร์ม
Hand of Midas เปลี่ยนครีปให้กลายเป็นทองและ EXP มหาศาล เร่งให้ฮีโร่ไต่ระดับเร็ว ส่วน Battle Fury เพิ่ม Cleave ทำให้ตีหนึ่งครั้งโดนหลายตัว เหมาะมากกับ Carry สายฟาร์มลานป่าอย่าง Anti-Mage หรือ Juggernaut
เทคนิคและกลยุทธ์เบื้องต้นสำหรับมือใหม่
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่น DOTA 1 หรืออยากกลับมาเล่นอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน ต่อไปนี้คือเทคนิคพื้นฐานที่จะทำให้คุณเล่นได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกมากเกินไป
Last Hit และ Deny — ทักษะที่ขาดไม่ได้
การฝึก Last Hit คือก้าวแรกของการเป็นผู้เล่น DOTA ที่ดี ลองเล่นโหมด Practice กับบอท แล้วฝึกตีหมัดสุดท้ายใส่ครีปจนเรียบ ถัดมาคือฝึก Deny ตีครีปฝั่งตัวเองให้ตายก่อนศัตรู วิธีนี้จะช่วยลดทองและ EXP ของคู่ต่อสู้ในเลนได้อย่างเห็นผล
การวอร์ดและการมองแผนที่ (Map Awareness)
วอร์ดคือไอเทมที่มองได้รอบจุดวางทั้งกลางวันและกลางคืน ซัพพอร์ตควรซื้อวอร์ด Observer และ Sentry เป็นประจำ เพื่อเก็บข้อมูลศัตรูและป้องกันโดน Gank การชำเลืองมินิแมพทุกๆ 2-3 วินาที จะทำให้คุณรู้ตำแหน่งศัตรูและตัดสินใจได้ดีขึ้นในจังหวะคับขัน
การทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร
DOTA 1 คือเกมที่ผู้เล่นเก่งคนเดียวเอาชนะไม่ได้ ทีมที่สื่อสารกันดี เรียก Miss เมื่อศัตรูหายจากเลน บอกตำแหน่งวอร์ด และตกลงเป้าหมายในทีมไฟต์ มักเอาชนะทีมที่เก่งเป็นรายบุคคลแต่ไม่คุยกันได้เสมอ การใช้ Garena เปิดวอยซ์แชต หรือพิมพ์สื่อสารใน Allied chat คือทักษะที่ต้องฝึก
การดราฟต์ฮีโร่ให้สมดุล
ทีมที่ดีควรมีอย่างน้อย 1 Carry, 1-2 Support, 1 Initiator/Tank และ 1 Nuker/Ganker อย่าเลือกฮีโร่ที่ตัวเองชอบโดยไม่ดูภาพรวมของทีม การเล่น 5 Carry ไม่มี Stun หรือไม่มีตัวเปิดทีม จะทำให้แพ้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม
เสน่ห์ของ DOTA 1 ที่ยังคงอยู่จนถึงวันนี้
แม้ DOTA 2 จะรับช่วงต่อตั้งแต่ปี 2013 และ MOBA ยุคใหม่อย่าง RoV หรือ Mobile Legends จะเข้ามายึดครองตลาดเกมมือถือ DOTA 1 ก็ยังคงมีคอมมิวนิตี้เล่นอยู่ในบางประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หลายคนยังคงเปิด Warcraft III บน Garena เพื่อย้อนวันวาน
เสน่ห์ของ DOTA 1 อยู่ที่ความท้าทาย ความสมดุลของฮีโร่ และความรู้สึกของชุมชนที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกัน หลายคนที่เคยเล่น DOTA 1 ในร้านเน็ตเมื่อกว่าสิบปีก่อน วันนี้กลายมาเป็นโปรเพลเยอร์ DOTA 2, สตรีมเมอร์ หรือผู้บรรยายอีสปอร์ตในสนามแข่งระดับโลก ทุกคนล้วนเริ่มต้นจากแมพเดียวกัน
สรุป
DOTA 1 ไม่ใช่แค่เกมที่สนุก แต่คือจุดกำเนิดของวัฒนธรรมการเล่นเกมเป็นทีม การแข่งขันอีสปอร์ตในเอเชีย และโครงสร้างของ MOBA ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน
การทำความเข้าใจ ตัวละคร DOTA 1 ทั้งบทบาท สกิล และ Item DOTA 1 ที่เหมาะสม จะทำให้คุณซาบซึ้งกับเกม MOBA สมัยใหม่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะทุก Mechanic ที่คุณเห็นใน DOTA 2, LoL หรือ RoV ล้วนมีรากเหง้ามาจากแมพคัสตอม Warcraft III ตัวนี้
ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นเส้นทางการเป็นผู้เล่น MOBA จากเกมไหนก็ตาม การย้อนกลับมาเรียนรู้ DOTA 1 คือการเข้าใจรากของวงการที่คุณกำลังอยู่ และเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการพัฒนาฝีมือของตัวเองต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
DOTA 1 ยังเล่นได้อยู่ไหมในปัจจุบัน?
ยังเล่นได้ครับ ผู้เล่นต้องมี Warcraft III: The Frozen Throne ติดตั้งบนเครื่อง พร้อมแมพ DotA Allstars เวอร์ชันล่าสุด (6.83d) จากนั้นจึงเข้าผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Garena หรือ Battle.net Classic แม้คอมมิวนิตี้จะเล็กลงเมื่อเทียบกับยุครุ่งเรือง แต่ยังคงมีห้องเปิดเล่นในไทยและประเทศเพื่อนบ้านอยู่
Hero ใน DOTA 1 มีทั้งหมดกี่ตัว?
ในเวอร์ชันสุดท้ายอย่างเป็นทางการ (6.83d) DOTA 1 มีฮีโร่ราว 112 ตัว แบ่งฝั่ง Sentinel และ Scourge เกือบเท่ากัน แต่ละตัวมีสกิลที่ออกแบบเฉพาะตัว และส่วนใหญ่ถูกพอร์ตต่อมาใน DOTA 2 พร้อมปรับสมดุลใหม่
DOTA 1 กับ DOTA 2 ต่างกันยังไง?
DOTA 2 พัฒนาบนเอนจิ้น Source 2 ของ Valve ทำให้กราฟิกดีกว่า ระบบเซิร์ฟเวอร์เสถียร และมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ส่วน DOTA 1 ยังใช้เอนจิ้น Warcraft III ที่เก่ากว่า แต่กลไกเกมหลักทั้งสองเวอร์ชันค่อนข้างใกล้เคียงกัน เพราะ DOTA 2 ออกแบบโดย IceFrog ผู้พัฒนา DotA Allstars เดิม
ไอเทมที่แพงและทรงพลังที่สุดใน DOTA 1 คืออะไร?
Divine Rapier ถือเป็นไอเทมที่ให้พลังโจมตีสูงสุด แต่ความเสี่ยงที่ดาบตกพื้นเมื่อตาย ทำให้ไม่ใช่ทุกเกมที่ผู้เล่นกล้าซื้อ ไอเทมที่ราคาแพงรองลงมาและใช้ในทีมไฟต์บ่อยคือ Heart of Tarrasque, Scythe of Vyse และ Refresher Orb
เริ่มเล่น DOTA 1 ต้องดาวน์โหลดอะไรบ้าง?
ผู้เล่นต้องมี Warcraft III: Reign of Chaos และส่วนเสริม The Frozen Throne ติดตั้งไว้ จากนั้นดาวน์โหลดไฟล์แมพ DotA Allstars ล่าสุด (.w3x) แล้ววางในโฟลเดอร์ Maps/Download ของเกม การเล่นออนไลน์นิยมใช้ Garena Plus หรือ DotaCash โดยสมัครบัญชีและเลือกห้องเล่นตามภูมิภาคได้

