การเริ่มเล่นแรงค์ใน VALORANT เป็นช่วงเวลาที่ทั้งตื่นเต้นและกดดัน โดยเฉพาะผู้เล่นใหม่ที่ยังไม่เข้าใจระบบจัดอันดับของเกมอย่างชัดเจน หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมบางเกมเล่นดีแต่แรงค์ไม่ขึ้น หรือบางครั้งชนะแล้วได้ RR น้อยกว่าที่คิด
ผู้เล่นใหม่จะต้องสะสมเลเวลบัญชีครบ 20 ก่อนถึงจะสามารถเล่นโหมดแรงค์ได้ (Competitive Mode) เงื่อนไขนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นมีประสบการณ์ในการเล่นก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นที่ยังไม่พร้อมต้องเจอกับความกดดันเกินไปในโหมดแข่งขัน บทความนี้จะช่วยอธิบายระบบแรงค์ VALORANT แบบเข้าใจง่าย พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาเร็วขึ้นและพร้อมที่จะไต่แรงค์ให้สูงขึ้น
ระบบแรงค์ VALORANT คืออะไร
ระบบแรงค์ VALORANT แบ่งระดับผู้เล่นออกเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ Iron ไปจนถึง Radiant ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในเกม และแต่ละแรงค์จะมี 3 ระดับ เช่น Iron 1 และ Iron 3 การขึ้นและลงของแรงค์ จะขึ้นอยู่กับค่าสองอย่างคือ RR (Rank Rating) และคะแนนประเมินฝีมือการเล่น MMR (Matchmaking Rating)
เมื่อผู้เล่นชนะเกม ระบบจะเพิ่มแต้ม RR ตามระดับความสามารถคู่แข่งและผลงานของทีม ในทางกลับกัน หากแพ้ก็จะถูกหักแต้ม หากผู้เล่นถูกหักแต้ม RR จนเหลือศูนย์และแรงค์อยู่ที่ระดับ 1 จะได้รับ Shield ให้โอกาสเล่น 2 เกมเพื่อรักษาแรงค์
MMR เป็นตัววัดฝีมือที่แท้จริงของผู้เล่นที่ถูกซ่อนเอาไว้ เมื่อผู้เล่นมี MMR สูงกว่าแรงค์ปัจจุบัน ถ้าชนะจะได้ RR มากขึ้น และการแพ้จะเสีย RR น้อยลง ทำให้ไต่แรงค์เร็วขึ้นไปอยู่ในแรงค์ที่เหมาะสมกับฝีมือ ในช่วงเริ่มต้นแรงค์ VALORANT ของซีซั่นใหม่ที่จะมีการรีเซท หรือการลงแรงค์ครั้งแรก ผลงานของผู้เล่นในแต่ละเกมจะมีความสำคัญเป็นพิเศษ

Source: VALORANT in-game screenshot
ระบบแรงค์ VALORANT
- Iron ไอรอน
ระดับแรงค์ต่ำที่สุดในระบบแรงค์ VALORANT ผู้เล่นส่วนใหญ่ในแรงค์นี้เป็นผู้เล่นใหม่ และยังอยู่ในระหว่างการทำความเข้าใจกับเกม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแรงดีดปืน หรือการใช้สกิลของแต่ละตัวละคร ผู้เล่นระดับนี้ควรเน้นฝึกยิงเสถียรและเข้าใจบทบาทของแต่ละ Agent
- Bronze บรอนซ์
ผู้เล่นแรงค์นี้เริ่มรู้มุมการเล่น เห็นภาพรวมการเล่นมากขึ้น แต่ยังขาดการสื่อสารที่ดีกับทีมและติดนิสัยการเล่นแบบบุกเดี่ยวมากกว่าการเล่นเป็นทีม จุดที่ควรโฟกัสคือการเล่นตามแผนและช่วยเพื่อนเทรดให้ทัน
- Silver ซิลเวอร์
ผู้เล่นในแรงค์นี้หลายคนเริ่มเข้าใจการเดินเกมเบื้องต้น การเข้าไซต์ การรีเทค และการแบ่งหน้าที่ ผู้เล่นระดับนี้มีความแม่นขึ้นแต่ยังไม่คงที่ เป็นแรงค์ที่มีจำนวนผู้เล่นมากที่สุดในระบบแรงค์ VALORANT การสื่อสารที่ดีช่วยให้ผู้เล่นระดับนี้ไต่แรงค์ขึ้นได้ง่าย
- Gold โกลด์
แรงค์ที่ผู้เล่นมีความรู้มากขึ้นว่าควรจะใช้สกิลตอนไหน หรือจังหวะไหนที่ควรบุกเข้าสู้ ผู้เล่นแรงค์โกลด์เริ่มเล่นแบบมีแบบแผนมากขึ้น มีการคอลเกมและมีการสื่อสารในทีม
- Platinum แพลตินัม
ผู้เล่นระดับนี้เริ่มมีการอ่านเกม และการแก้เกมของศัตรูที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดาทิศทางการบุก หรือการใช้สกิลหลอก หรือมุมที่ได้เปรียบ มีการเล่นเป็นทีมที่จริงจัง การเล่นเป็นทีมมีความสำคัญมากกว่าการบุกยิงเดี่ยว
- Diamond ไดมอนด์
เป็นจุดที่เริ่มรวมผู้เล่นระดับสูงในแรงค์ VALORANT ผู้เล่นแรงค์นี้มักมี Aim ที่เสถียร มีการสื่อสารระหว่างเกมที่ดี รู้จังหวะในการบุกและการถอยเพื่อเปลี่ยนไซต์ และเข้าใจการเล่นเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สกิลคุมพื้นที่ หรือการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์
- Ascendant แอสเซนแดนต์
แอสเซนแดนต์เป็นผู้เล่นระดับสูงที่เริ่มจะเห็นภาพรวมของเกมทั้งหมด ผู้เล่นระดับนี้มักมีการวางเป้าที่เฉียบคม แม่น มีวินัย และเล่นตามแบบแผนของทีม
- Immortal อิมมอร์ทัล
หนึ่งในแรงค์สูงสุดของ VALORANT ผู้เล่นที่มีฝีมือแบบมืออาชีพ การสื่อสารในเกมที่ดี และมีการอ่านเกมเชิงลึก ทั้งการหลอกใช้สกิล การตัดสินใจในตอนคับขัน ผู้เล่นอิมมอร์ทัลไม่มีได้มีแค่ฝีมือการยิงปืนที่แม่นเท่านั้น ยังรวมไปถึงการเล่นที่ฉลาดด้วย
- Radiant เรเดียนท์
ระดับสูงสุดของแรงค์ VALORANT และคัดเฉพาะผู้เล่นที่มี MMR สูงที่สุดในแต่ละภูมิภาคที่มีจำนวนแค่ 500 คนเท่านั้น ตามข้อมูลปัจจุบันของ Riot Games ผู้เล่นในแรงค์นี้รวมไปด้วย Pro player ผู้เล่นระดับหัวกะทิ ที่มีทั้งความแม่น ความนิ่ง ความสม่ำเสมอ การอ่านเกมและสื่อสารกับทีมระดับโปร

Source: VALORANT in-game screenshot
3 เคล็ดลับเพื่อการไต่แรงก์ VALORANT
ฝึกยิงที่ละนัด
ในสถานการณ์ดวลตัวต่อตัว ให้เน้นการยิงเคาะ (Tap) หรือยิงเป็นชุด (Burst) แทนการยิงรัวเป็นชุดยาวๆ การยิงสั้นๆ หรือเคาะ ทำให้กระสุนมีความแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะกลางถึงไกล ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยิงหัว
ใช้สกิลเพื่อซื้อเวลา
สกิลของแต่ละตัวละครแต่ละตัวไม่ได้มีไว้แค่ฆ่าหรือบังตาศัตรู ผู้เล่นสามารถใช้สกิลที่มีในการ ซื้อเวลา ให้ทีมย้ายไซต์มาถึงก่อน หรือบังคับให้ศัตรูต้องถอยออกไปชั่วคราว การถ่วงเวลาเพียงแค่ 5-10 วินาที อาจทำให้ชนะเกมในรอบนั้นได้เลย
เล่นแบบ Trade Kills (การแลกตัวฆ่า)
เมื่อเพื่อนร่วมทีมดันเข้าไซต์ ผู้เล่นคนอื่นควรตาม เพื่อให้ผู้เล่นสามารถฆ่าศัตรูที่เพิ่งยิงเพื่อนร่วมทีมตายได้ การแลกตัวแบบ 1 ต่อ 1 ก็ยังดีกว่าการเสียผู้เล่นไป และศัตรูไม่ได้รับความเสียหายเลย เป็นหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญของการเล่นเป็นทีมที่ช่วยการไต่แรงค์ VALORANT สูงขึ้น
สรุปส่งท้าย
ก่อนลงแรงค์ ผู้เล่นใหม่ควรสะสมเลเวลให้ครบ 20 ก่อน และใช้เวลานี้ในการทำความเข้าใจระบบ RR/MMR รวมถึงฝึกฝนทักษะพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการยิง การใช้สกิล หรือการทำงานเป็นทีม เมื่อผู้เล่นทำตามเคล็ดลับนี้ การไต่แรงก์ VALORANT ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป








