VALORANT หรือ วาโลแรนต์ เป็นเกมยิงปืนแบบ 5 ต่อ 5 ที่ไม่ได้อาศัยแค่ความแม่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นการใช้สกิลของตัวละคร หรือ Agent แต่ละตัว ซึ่งทำให้เกมมีความซับซ้อนขึ้นอีกระดับ การตัดสินใจว่าจะใช้สกิลตอนไหนหรือจังหวะไหนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และอาจทำให้ผู้เล่นมือใหม่รู้สึกว่าเกมนี้เล่นยากกว่าที่คิด
บทความนี้จะช่วยให้ผู้เล่นมือใหม่ ทำความเข้าใจกับพื้นฐานที่สำคัญของเกม ตั้งแต่กติกาการเล่น บทบาทของตัวละคร Agent VALORANT แต่ละประเภท ไปจนถึงเคล็ดลับที่ช่วยให้เล่นได้สนุกขึ้นและเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มเล่น

Source: Valorant Fandom Wiki, © Riot Games
กติกาการเล่น VALORANT
การเลือกตัวละคร Agent VALORANT ที่เหมาะสมจะช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะได้ง่ายขึ้น เพราะในเกมผู้เล่นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือทีมบุก (Attacker) และทีมป้องกัน (Defender) โดยทั้งสองทีมต้องทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จในแต่ละรอบ ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด (Spike) การกันไม่ให้ Spike ถูกวาง หรือการแก้ Spike ให้ทันเวลา ทุกอย่างมีผลต่อเกมในรอบทั้งหมด
หน้าที่ของแต่ละฝั่ง
ทีมบุก (Attacker)
- บุกเข้ายึดพื้นที่ไซต์ที่กำหนดไว้บนแผนที่
- วาง Spike ให้ทันภายในเวลาที่กำหนด
- ป้องกันไซต์ไม่ให้ทีมป้องกันเข้ามาปลด Spike ได้
ทีมป้องกัน (Defender)
- ป้องกันพื้นที่ไซต์ไว้ และห้ามไม่ให้ Spike ถูกวางได้
- ถ้า Spike ถูกวางไปแล้ว ทีมป้องกันจะต้องรีบเข้าไปปลดให้ทันก่อนระเบิด
กติกาที่ควรรู้
- ในช่วง Buy Phase ผู้เล่นจะต้องบริหารเงินเพื่อซื้อปืน เกราะ และสกิล
- ในรอบที่ 12 ของเกม แต่ละทีมจะต้องสลับฝั่งการเล่น
- ทีมที่ชนะครบ 13 รอบก่อน คือทีมที่ชนะในเกมนั้น
หน้าที่ของตัวละคร Agent VALORANT
การเลือกและแบ่งสัดส่วนตัวละคร Agent ใน VALORANT เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่กำหนดจังหวะการเล่นของแต่ละทีม เพราะ Agent ทุกตัวมีสกิลที่แตกต่างกัน
ตัวละคร Agent ใน VALORANT ถูกแบ่งออกเป็น 4 บทบาทหลัก ผู้เล่นมือใหม่ควรรู้หน้าที่ของตัวละครแต่ละประเภท เพื่อให้ตรงกับสไตล์การเล่นของตัวเอง และช่วยเติมเต็มสัดส่วนในการเล่นของทีมที่ตอบโจทย์มากที่สุด
ประเภทของตัวละคร Agent VALORANT ทั้ง 4 แบบ
- Duelist ตัวละครที่เน้นการบุกเปิดพื้นที่ให้กับทีม เหมาะกับผู้เล่นที่มีสไตล์การเล่นแบบดุดัน กล้าได้กล้าเสีย ช่วยยิงเคลียร์พื้นที่ไซต์ให้ทีม
- มีสกิลที่ใช้สำหรับบุกหรือเข้าปะทะกับศัตรู
- เน้นฆ่าและสร้างจังหวะให้ทีมบุก
- ตัวอย่างตัวละครประเภทนี้ที่ถูกหยิบมาใช้บ่อย ๆ เช่น Jett, Reyna, Phoenix
- Initiator ตัวละครประเภทนี้มีหน้าที่ สร้างจังหวะและใช้สกิลเพื่อสแกนตำแหน่งของศัตรูหรือไล่พื้นที่ ทำให้ทีมสามารถเข้าไปยึดไซต์ได้ง่ายขึ้น
- สกิลช่วยเปิดมุม สอดแนม หรือกดดันศัตรูให้ออกจากพื้นที่
- เหมาะกับผู้เล่นที่มีสไตล์การเล่นแบบชอบช่วยเหลือทีมมากกว่าวิ่งยิงเพื่อเปิดไซต์
- ตัวอย่างตัวละครประเภทนี้ที่ถูกหยิบมาใช้บ่อย ๆ เช่น Sova, Skye, Gekko
- Controller เป็นหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่ทุกทีมควรมี เพราะมีหน้าที่คอยควันสโมก ปิดมุม ปิดการมองเห็นของศัตรู เพื่อช่วยให้ผู้เล่นอื่นในทีมเล่นได้ง่ายขึ้นตามแผน
- สกิลเน้นการควบคุมพื้นที่ด้วยก้อนควันหรือกำแพง
- ช่วยปิดพื้นที่เสี่ยง ทำให้ทีมบุกหรือป้องกันได้ง่ายขึ้น
- ตัวอย่างตัวละครประเภทนี้ที่ถูกหยิบมาใช้บ่อย ๆ เช่น Brimstone, Omen, Clove
- Sentinel ป้องกันพื้นที่และดูแลเพื่อนร่วมทีม เป็นตัวละครที่เน้นการตั้งรับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบุกหรือฝ่ายโจมตี มีหน้าที่คอยตามและสนับสนุนทีมอย่างเต็มที่
- สกิลส่วนมากจะเป็นการวางป้อมหรือกับดักเพื่อกันหลังให้ทีม
- บางตัวละครมีสกิลช่วยฮิล ชุบชีวิต ให้เพื่อนร่วมทีม หรือปิดทางศัตรู
- ตัวอย่างตัวละครประเภทนี้ที่ถูกหยิบมาใช้บ่อย ๆ เช่น Sage, Killjoy, Cypher

Source: VALORANT in-game screenshot
ทำไมการเลือกตัวละคร Agent VALORANT ให้สมดุลถึงสำคัญ
ในทีม ตัวละคร Agent Valorant แต่ละแบบผู้เล่นควรเลือกให้ผสมผสานกันไป เพราะถ้าเลือกพลาดอาจจะทำให้เกมนั้นเล่นยากขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น
- แต่ละทีมต้องมีตัวละครครบทุกแบบเพื่อให้เดินเกมง่าย อย่างเช่น ถ้าหากลืมเลือกตัวละครที่ใช้สโมก จะทำให้การบุกยากขึ้นเพราะพื้นที่เปิดโล่งมากเกินไป
- Agent บางตัวเหมาะกับบางแผนที่เท่านั้น เช่น เลือกเล่น Raze ในด่าน Split ที่แคบและมีมุมจุดบอดเยอะ เพื่อช่วยใช้สกิลเคลียร์มุมแคบ หรือทำลายกับดักของอีกฝั่ง
- ช่วยให้การบุกง่ายขึ้น และถึงเวลาที่สลับมาเป็นฝั่งป้องกันก็ยังทำหน้าที่ได้ดี อย่างเช่น Killjoy ที่สามารถใช้ป้อมปืนเพื่อดูด้านหลังให้ทีมในตอนบุก และใช้ป้องกันไซต์เมื่อเล่นฝั่งป้องกัน
- Agent บางตัวสามารถใช้สกิลร่วมกันได้ เช่น Sova ใช้ Recon Bolt เพื่อสแกนพื้นที่และตามด้วย Orbital Strike ของ Brimstone
ตัวละคร Agent VALORANT ที่เหมาะกับมือใหม่
- Phoenix (Duelist) สกิลเด่น
- Curveball: แฟลชลูกไฟที่ใช้ง่าย
- Hot Hands: ใช้ฮีลตัวเอง หรือทำดาเมจให้ศัตรู
- Blaze: กำแพงไฟ ที่สามารถฮิลตัวเองได้
- Run It Back (Ult): ใช้ฃบุกเข้าไปหาศัตรู เมื่อตายย้อนกลับมาที่เดิม
- Skye (Initiator) สกิลเด่น
- Guiding Light: นกแฟลชที่ควบคุมทิศทางได้
- Trailblazer: สุนัขสอดแนมเพื่อเช็คมุมต่าง ๆ
- Regrowth: ฮีลเพื่อนหลายคนพร้อมกัน
- Seekers (Ult): ปล่อยตัวตามหาศัตรู
- Brimstone (Controller) สกิลเด่น
- Sky Smoke: วางควันเป็นจุด ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่
- Incendiary: ระเบิดไฟ
- Stim Beacon: เพิ่มความเร็วในการยิงให้ทีม
- Orbital Strike (Ult): ฆ่าศัครูที่อยู่ในระยะ
- Sage (Sentinel) สกิลเด่น
- Heal Orb: ฮีลเพื่อนหรือตัวเองได้
- Slow Orb: ฉะลอการเดิน
- Barrier Orb: กำแพงใหญ่ใช้กัน
- Resurrection (Ult): ชุบชีวิตเพื่อน

Source: VALORANT in-game screenshot








