ในปัจจุบันมีเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) มากมายหลากหลายเกมให้ผู้เล่นได้เลือก แต่หนึ่งในเกมที่หลายคนพูดถึงบ่อยที่สุดก็คงหนีไม่พ้น VALORANT เกมยิงที่ไม่ได้เน้นแค่ความแม่นอย่างเดียว
ผู้เล่นยังต้องใช้สกิลความสามารถพิเศษของตัวละคร หรือ Agent แต่ละตัวมาช่วยสร้างจังหวะในการเล่น ทำให้มีรูปแบบการเล่น เกมหลากหลายขึ้น ทั้งการดวลปืน การวางแผน และการร่วมมือกันระหว่างผู้เล่นร่วมทีม
สิ่งแรกที่ผู้เล่นมือใหม่มักมองข้ามคือการตั้งค่า VALORANT ก่อนเริ่มเล่น เกมให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่ากราฟิก เสียง ความไวของเมาส์ หรือจะเป็นการปรับเป้า (Crosshair) ที่เป็นส่วนสำคัญทั้งนั้น เพราะการตั้งค่าเกมให้เข้ากับการเล่นของผู้เล่น จะช่วยให้ประสบการณ์การเล่นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิง: Riot Games
VALORANT คือเกมอะไร
การเข้าใจพื้นฐานจะช่วยให้ผู้เล่นใหม่รู้ว่าการตั้งค่า VALORANT แบบไหนจะเหมาะกับผู้เล่นมากที่สุด VALORANT เป็นเกมยิงที่เน้นแท็กติก (Tactical Shooter) แบ่งผู้เล่นเป็นสองฝั่ง 5 ต่อ 5 ที่ผสมการใช้ปืนเข้ากับสกิลของ Agent แต่ละตัว
ผู้เล่นจะถูกแบ่งเป็นฝ่ายบุกและฝ่ายป้องกัน โดยมีเป้าหมายหลักคือการวาง หรือหยุดการวาง Spike เพื่อเอาชนะในแต่ละรอบ
การตั้งค่าที่เหมาะกับผู้เล่นนอกจากจะช่วยให้เกมมีภาพที่ลื่น มองเห็นศัตรูได้ทันเวลา หรือเสียงในเกมที่ชัดเจนทำให้รู้ทิศทางศัตรูได้ง่ายขึ้น ยังช่วยการเล็งที่แม่นขึ้นจากการตั้งค่าความไวเมาส์ที่พอดีกับผู้เล่นแต่ละคน
การตั้งค่า VALORANT สำหรับผู้เล่นมือใหม่
การตั้งค่า VALORANT สำหรับผู้เล่นมือใหม่ มีดังนี้
การตั้งค่ากราฟิก
การตั้งค่ากราฟิกของเกม VALORANT ควรเน้นความลื่นมากกว่าความสวยงามเป็นหลัก จะช่วยให้ภาพต่อเฟรม (FPS) นิ่ง ทำให้เกมลื่นไหล ทำให้การเล็งเป้าในเกมเพื่อยิงง่ายขึ้นและเห็นศัตรูชัดกว่าเดิม
การตั้งค่าที่แนะนำ:
- ปรับคุณภาพภาพรวมเป็น Low หรือ Medium
- ปิด VSync, บลูม (Bloom), การบิดเบือน Distortion,เงาตกกระทบ Shadows
- ลบรอยหยัก (Anti-Aliasing) ควรปรับเป็น MSAA x2 หรือปิดก็ได้
- เปิด Multithreaded Rendering
การตั้งค่าพวกนี้จะทำให้เกมไม่กระตุก ลดสิ่งที่รบกวนสายตา และช่วยให้เกมลื่นมากขึ้น

อ้างอิง: 4gamers
การตั้งค่าความไวเมาส์
การเปลี่ยนความไวเมาส์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นแต่ละคน จะช่วยให้เล็งเป้าหมายได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับเกมยิง
การตั้งค่าที่แนะนำ:
- ใช้ DPI ประมาณ 800 (ปรับที่ตัวเมาส์หรือซอฟต์แวร์ของเมาส์)
- ค่าความไวการเล็งเป้าควรปรับที่ประมาณ 0.25 – 0.38
- ปรับ Raw Input เป็น On
- ปิด Mouse Acceleration
การตั้งค่าความไวเมาส์ที่ค่อนไปทางช้าจะเหมาะกับผู้เล่นมือใหม่มากกว่าแบบเร็ว เพราะควบคุมทิศทางการเล็งได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้น ไม่แกว่ง ไม่สวิง
การตั้งค่าเป้า (Crosshair)
การใช้เป้า (Crosshair) ที่ชัดและไม่รบกวนสายตาจะช่วยให้สังเกตศัตรูได้ดีขึ้น และทำให้มองเป้าได้ง่ายกว่าแบบที่ใหญ่เกินไปหรือมีลูกเล่นเยอะ
การตั้งค่าที่แนะนำ:
- ใช้สีที่สามารถมองเห็นได้ง่าย เช่น cyan, green, yellow
- ไม่ควรใช้เป้าที่มีขนาดใหญ่มากเกินไป
- ปิด movement / firing error (เพื่อให้เป้าไม่ขยับเวลาเดินหรือยิง)
การใช้เป้า crosshair แบบเรียบง่ายและไม่ใหญ่เกินไปจะช่วยให้ผู้เล่นโฟกัสศัตรูได้ดีกว่า

อ้างอิง: ign
การตั้งค่าเสียง
เสียงในเกมนี้สำคัญมาก เพราะใช้ฟังเท้าศัตรูและทิศทางการเคลื่อนไหว
การตั้งค่าที่แนะนำ:
- เปิดค่าการจำลองเสียงแบบรอบทิศทาง (HRTF)
- ลดเสียง ambient หรือเสียงรบกวนอื่น ๆ
- ปรับเสียงปืน/เอฟเฟกต์ไม่ให้ดังกลบเสียงเท้า
การปรับตั้งค่าเสียงจะช่วยให้ผู้เล่นระบุตำแหน่ง ทิศทางของศัตรูได้ง่ายและแม่นยำขึ้น
การตั้งค่า VALORANT ทั้งสี่ส่วนนี้จะช่วยให้ผู้เล่นมือใหม่สามารถควบคุมเกมได้ดีมากขึ้น ความแม่นในการเล็ง หรือการฟังเสียงศัตรู และความลื่นของเกม
การตั้งค่าพวกนี้จะช่วยทำให้การเล่นดี แถมยังช่วยในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีมือในระยะยาวของผู้เล่นอีกด้วย
Riot ID คือ อะไร
Riot ID คือชื่อหลักที่ใช้แสดงในทุกเกมของ Riot เช่น VALORANT และเกมอื่นๆ พร้อมแท็กไลน์ด้านหลัง ทำให้เพื่อนสามารถค้นหาและเพิ่มเราได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยให้ชุดชื่อพร้อมแท็กไลน์ของผู้เล่นแต่ละคนไม่ซ้ำกัน
ขั้นตอน วิธี เปลี่ยน ชื่อ VALORANT หรือ บัญชี Riot ID
เมื่อต้องการ เปลี่ยนชื่อ หรือแก้ Riot ID ใน VALORANT มีเพียงไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้
- ออกจากเกม VALORANT
- ปิดไคลเอนต์ให้เรียบร้อยก่อนเปลี่ยนชื่อ บัญชี Riot ID
- เปิดเบราว์เซอร์แล้ว ไป ยังที่หน้าเว็บบัญชีของ Riot Games จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ใช้เล่น VALORANT
- เข้าเมนูจัดการบัญชี (Account Management) แล้วไปที่ Riot ID เพื่อเริ่มแก้ไขชื่อและแท็กไลน์ให้ไม่ซ้ำกับคนอื่น
- พิมพ์ชื่อใหม่ในช่อง Riot ID และแก้แท็กไลน์ด้านหลังตามต้องการ โดยตรวจสอบความยาวและไม่ใช้คำไม่เหมาะสม
- กด “บันทึกการเปลี่ยนแปลง” (Save)
เทคนิคการเล่น VALORANT ที่ผู้เล่นมือใหม่ควรรู้
หลังจากปรับการตั้งค่า VALORANT ให้เหมาะกับผู้เล่นแล้ว สิ่งต่อมาที่ผู้เล่นใหม่ควรรู้ก่อนเล่นคือเทคนิคการเล่นต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจจังหวะการยิง การเคลื่อนไหว การอ่านมุมแบบง่ายๆ ที่สามารถนำไปใช้
หยุดเดินก่อนยิง
ในเกม Valorant สิ่งที่ผู้เล่นจะ ต้องทำเมื่อเจอศัตรูคือ หยุดนิ่งเสี้ยววินาทีแล้วค่อยยิง วิธีนี้จะทำให้กระสุนที่ยิงออกไปตรงขึ้น และไม่ควรยิงตอนที่ยังไม่หยุดเดินเพราะทำให้กระสุนกระจายและไม่โดนศัตรู
เล็งระดับหัวไว้เสมอ
หนึ่งในพื้นฐานที่มือใหม่มักลืมคือการเล็งเป้าที่ต่ำเกินไป ทำให้เวลาเจอศัตรูต้องเสียเวลายกเมาส์ขึ้นทำให้แพ้จังหวะดวลปืน ผู้เล่นควรรักษาเป้าเล็งให้อยู่ระดับหัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดินหรือเตรียมยิง ช่วยให้ผู้เล่นพร้อมยิงหัวได้ในทุกสถานการณ์
ใช้สกิลให้คุ้ม ไม่ใช่ใช้สุ่ม
VALORANT ไม่ใช่แค่เกมยิง ผู้เล่นยังต้องวางแผนการใช้สกิลต่าง ๆ เพื่อช่วยการเล่นไม่ว่าจะเป็นการคุมพื้นที่ เปิดทาง หรือช่วยป้องกันตัวเองกับผู้เล่นร่วมทีม เพราะสกิลแต่ละ Agent ที่แตกต่างกันออกไป
ผู้เล่นควรทำความเข้าใจสกิลแต่ละอัน เช่น สโมกเพื่อกันมุม หรือแฟลชเพื่อเปิดจุด การวางแผนใช้สกิลจะช่วยให้ทีมได้เปรียบมากกว่ากว่าการใช้แบบกดมั่วๆ
ฟังเสียง&เช็กตำแหน่งศัตรู
ทิศทางของเสียงในเกมนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงเท้า เสียงกระโดด หรือเสียงสกิล เพราะเสียงแค่นิดเดียวสามารถเปลี่ยนเกมในตานั้นได้เลย การฟังเสียงจะช่วยให้ผู้เล่นรู้ว่าศัตรูอยู่ตำแหน่งไหน ทำให้ตัดสินใจเกมได้ดีกว่าเดิม
สรุป
เพียงแค่ตั้งค่า VALORANT ตามนี้ก็จะช่วยให้เกมลื่นขึ้น ควบคุมเมาส์ได้ง่ายขึ้น ใช้สกิลได้ถูกจังหวะ ฟังเสียงให้ดี เล่นเป็นทีม แค่นี้ผู้เล่นมือใหม่ก็เริ่มเล่น VALORANT ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแล้ว








